top of page

ระเบียงโซลาร์ vs หลังคาโซลาร์: ความต่างไม่ใช่แค่พื้นที่ติดตั้ง แต่เป็นเรื่องกำลังการผลิตและ “การขออนุญาต”

5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ยาว 2 นาที

การทำ 'หลังคาโซลาร์' กำลังเป็นเทรนด์ที่ใครๆ ก็สนใจ เนื่องจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนร่วมกันผลักดันให้มีการขยายการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ในระดับครัวเรือนมากขึ้น ด้วยนโยบายลดหย่อนภาษี รับซื้อไฟฟ้าคืน ไปจนถึงให้เงินอุดหนุนโดยภาครัฐ ส่วนภาคเอกชนก็มีผู้ให้บริการติดตั้งรายใหม่เข้ามาในตลาดมากมายและมีการแข่งขันด้านราคา จนทำให้ราคาลงมาต่ำกว่าในอดีตมาก


อย่างไรก็ดี ในโลกตะวันตก ประเด็นโซล่าร์ภาคประชาชน ที่ฮ็อตสุดในปี 2026 คือสิ่งที่เรียกว่า ‘ระเบียงโซลาร์’ ซึ่งฟังเผินๆ ก็อาจชวนให้คิดว่า มันก็เพียงแค่เปลี่ยนจากการติดแผงโซลาร์เซลล์จากหลังคามาที่ระเบียง แต่ความจริงแล้วมีความต่างกันตั้งแต่ในระดับแนวคิดพื้นฐานเลยทีเดียว



อะไรคือระเบียงโซลาร์?


‘ระเบียงโซลาร์’ หรือ Solar Balcony ในภาษาเยอรมันเรียกว่า 'Balkonkraftwerk' ซึ่งแปลตรงๆ ว่า 'โรงไฟฟ้าระเบียง' โดยเหตุที่หลายชาติให้เครดิตเยอรมนีในการคิดค้นระบบแบบนี้ก็เพราะ เยอรมนีเป็นชาติที่บุกเบิกและพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าระบบแบบนี้ทำได้จริงๆ แบบไม่มีปัญหาใดๆ โดยทุกวันนี้ ระเบียงตามห้องพักในเยอรมนีกว่า 1 ล้านระเบียงมีการติดตั้งระบบระเบียงโซลาร์


แก่นสารของระเบียงโซลาร์จริงๆ ไม่ใช่การแค่เอาแผ่นโซลาร์ไปติดที่ระเบียง แต่คือการ ซื้ออุปกรณ์มา ‘ติดตั้งเอง’ และการ ‘ไม่ต้องขออนุญาต’ ก่อนติดตั้ง บนพื้นฐานความคิดว่า ระบบโซลาร์เซลล์ขนาดเล็กกำลังผลิตต่ำ ถึงจะเชื่อมกับระบบไฟฟ้าส่วนกลางของการไฟฟ้า ก็ไม่ควรจะต้องถูกควบคุมการซื้อขาย และประชาชนควรจะซื้อระบบแบบนี่มาใช้ได้ง่ายๆ ไม่ได้ต่างจาก ‘เครื่องใช้ไฟฟ้า’ ชนิดหนึ่ง ที่เราไม่ต้องขออนุญาตใครก่อนจะเสียบปลั้กใช้ และความต่างก็เป็นเพียงว่านี่คือเครื่อง 'ผลิตไฟฟ้า' เท่านั้นเอง


บางคนที่คุ้นกับระบบโซลาร์ก็อาจสงสัยว่า ถ้าไม่ ‘ขออนุญาต’ แล้วมันไม่มีปัญหา ‘ไฟย้อน’ หรือ? คำตอบเร็วๆ ก็คือ โดยทั่วไประบบ "ระเบียงโซลาร์" จะมีเพดานกำลังผลิตไฟฟ้าที่กฎหมายอนุญาตอยู่ ห้ามผลิตไฟฟ้าเกินนี้ เมื่อกำลังการผลิตต่ำ อาจเกิดไฟย้อนก็จริง แต่เป็นปริมาณที่น้อยมาก และไม่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพระบบไฟฟ้าของประเทศได้ และรัฐก็มองการอนุญาตให้คนทำแบบนี้ว่ามันมีประโยชน์มากกว่าจะเป็นโทษ เลยสนับสนุน


และประเทศที่พิสูจน์ว่าระบบนี้เป็นไปได้ ไม่สร้างความปั่นป่วนให้กับระบบไฟฟ้าของประเทศ คือเยอรมนี


 

บทเรียนจากเยอรมนี


         เยอรมนีเป็นชาติที่ตื่นตัวเรื่อง 'โลกร้อน' และ 'พลังงานสะอาด' มานาน อย่างไรก็ดี ประเทศนี้เป็นประเทศที่คนส่วนใหญ่มักจะไม่มีบ้านส่วนตัว แต่มักจะเช่าห้องพักอยู่ (เยอรมนีเป็นประเทศพัฒนาแล้วที่อัตราการถือครองบ้านต่ำที่สุดประเทศหนึ่ง เนื่องจากกฎหมายคุ้มครองผู้เช่าแข็งแรงมาก) คนเยอรมันจึงไม่มีหลังคาส่วนตัวให้ช่วยชาติผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนได้ และระเบียงโซลาร์จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะกับรูปแบบที่อยู่อาศัยของคนส่วนใหญ่


ที่ผ่านมา คนเยอรมันในรัฐต่างๆ ทยอยเริ่มใช้ระเบียงโซลาร์ ตามกฎหมายแต่ละรัฐที่ค่อยๆ แก้เพื่อเปิดช่องให้ประชาชนที่ใช้ ‘ระเบียง’ ของตัวเองเป็นโรงงานไฟฟ้าพลังงานสะอาด แต่ในกลางปี 2024 มีการแก้กฎหมายในระดับรัฐบาลกลางเพื่อสร้างมาตรฐานให้เหมือนกันทั้งประเทศว่า ระบบผลิตไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ที่จ่ายไฟกลับสู่ระบบไฟฟ้าส่วนกลางในระดับต่ำ ไม่มีความจำเป็นต้องเขียนแบบและขออนุญาตกับการไฟฟ้า โดยการจ่ายไฟฟ้าระดับต่ำที่ว่านี้ กำหนดเพดานที่การจ่ายกลับไม่เกิน 800W สิ่งที่ต้องทำ มีแค่ลงทะเบียนออนไลน์แจ้งให้การไฟฟ้าทราบเท่านั้น โดยรัฐบาลก็มีกฎหมายใหม่เช่นกันว่า ‘เจ้าของห้องเช่า’ หรือ ‘เจ้าของอาคาร’ ไม่มีสิทธิ์ในการห้ามไม่ให้ผู้เช่าทำระเบียงโซลาร์ เว้นแต่จะมีเหตุผลที่หนักแน่น ซึ่งในทางปฏิบัติก็คือมันทำให้การ ‘ห้ามผู้เช่า’ ทำระเบียงโซลาร์เป็นเรื่องลำบาก จนแทบไม่มีเจ้าของห้องเช่าที่ไหนยับยั้งคนอยากจะติดนั่นเอง


ระบบที่เรียบง่ายและสะดวก ทำให้การติดระเบียงโซลาร์ในเยอรมนีช่วงปี 2024-2025 เพิ่มขึ้นมากว่า 500,000 ครัวเรือน ซึ่งเป็นจำนวนมากกว่ายอดรวมของหลายปีก่อนหน้ารวมกัน เป็นหลักฐานอย่างดีว่า กฎหมายและระเบียบที่ชัดเจนและเรียบง่าย เอื้อให้คนกระตือรือร้นทำ ‘ระเบียงโซลาร์’ มาก


แล้วในทางปฏิบัติต้องทำยังไง?


สมมติคนเยอรมัน อยากติดระเบียงโซลาร์ สิ่งที่เค้าทำก็แค่ไป IKEA หรือเข้าเว็บ Amazon ซื้อชุดติดตั้งสำเร็จรูปมา ถ้าพอทำงานช่างเป็นอยู่แล้วแบบเจาะกำแพงแล้วไขสกรูว์เป็นคือจบ หรือจริงๆ ชุดติดตั้งระเบียงโซลาร์แบบสำเร็จรูปบางแบบใช้วิธี ‘แขวน’ กับราวที่ระเบียง แค่ต้องขันน็อตก็เป็นอันเสร็จ ไม่ต้องเจาะผนังเลยก็มี เมื่อติดตั้งแผงโซลาร์ที่ระเบียงเสร็จ ที่เหลือแค่เสียบสายไฟตามคู่มือ ต่อสายไฟจากแผ่นโซลาร์ มาที่ไมโครอินเวอร์เตอร์ และต่อสายไฟจากไมโครอินเวอร์เตอร์ไปที่ปลั๊กไฟเหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดหนึ่งคือจบสิ้นกระบวนการ ติดตั้งเรียบร้อย


ถึงตรงนี้คุณอาจส่งสัยว่าจะมั่นใจได้ยังไงว่าคนจะนำไปติดตั้งอย่างถูกต้อง ไม่เสี่ยงทำไฟดับทั้งเมือง คำตอบง่ายๆ คือ เค้าคุมระบบผ่านไมโครอินเวอร์เตอร์ คือระบบจะผลิตไฟฟ้าเท่าไรก็ได้ จะติดแผ่นโซลาร์กี่อันก็ได้ แต่ตัวไมโครอินเวอร์เตอร์ห้ามจ่ายไฟเกิน 800 W อุปกรณ์เช็ตระเบียงโซลาร์ที่ขายแบบสำเร็จรูปจะเป็นแบบนี้ทั้งหมด ส่วนระบบไฟฟ้าก็จะถูกตรวจสอบผ่านการแจ้งติดออนไลน์ว่าครัวเรือนไหนใช้ไมโครอินเวอร์เตอร์รุ่นใดเพื่อความปลอดภัยอีกขั้นหนึ่ง


ดังนั้นเราจะเห็นว่าเยอรมนีนั้นไม่ได้อนุญาตให้คนทำระเบียงโซลาร์เสรีซะทีเดียว เพราะยังมีเพดาน ของระบบที่ไม่ต้องขออนุญาตก่อนติดตั้งอยู่ ในระบบที่เล็กพอ การผลิตไฟฟ้าส่วนเกินถือว่าไม่กระทบกับระบบไฟฟ้าส่วนกลาง และถึงที่สุดแล้ว ระบบที่ไม่ต้องขออนุญาตที่ว่านี้ก็ต้องมีการแจ้งการไฟฟ้า อยู่ดี ซึ่งข้อมูลพื้นฐานที่้ต้องกรอก จะถูกใช้ตรวจสอบความเรียบร้อยของระบบอีกขั้น


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เยอรมนีได้พิสูจน์คือ ภาครัฐสามารถวางระบบและสร้างมาตรฐานให้การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในขนาดเล็ก สามารถทำได้แบบไม่ต้องทำแบบแปลนวงจรไฟฟ้าเพื่อขออนุญาตกับทางการไฟฟ้าฯ แบบที่เป็นมาตรฐานการติดระบบโซลาร์ในสเกลที่ใหญ่กว่าแบบ ‘หลังคาโซลาร์’ และการทำแบบนี้ไม่กระทบกระเทือนระบบไฟฟ้าของประเทศ


นอกจากนี้ การติดตั้งระบบขนาดเล็กที่ไม่ต้องมีสายไฟระโยงระยางจำนวนมาก บุคคลทั่วไปที่มีทักษะงานช่างพื้นฐานแบบ ‘พ่อบ้าน’ ก็สามารถติดตั้งเองได้ ทำให้ต้นทุนการติดตั้งถูกมาก เพราะไม่ต้องจ้างช่างไฟฟ้า (ช่างไฟฟ้าที่เยอรมนีและตะวันตก ค่าจ้างแพงไม่ใช่เล่น เพราะถือเป็นงานมีทักษะที่เกี่ยวกับความปลอดภัย) และทำให้คนเยอรมันติดตั้งกัน 500,000 ครัวเรือนภายในปีเดียว ปรากฎการณ์นี้ทำให้ชาติอื่นๆ เริ่มหันมาสนใจสิ่งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ยินมาก่อนอย่าง 'ระเบียงโซลาร์'



กรณีศึกษาอุปสรรคในอังกฤษและอเมริกา


ในตอนแรก 'ระเบียงโซลาร์' เป็นประเด็นถกเถียงกันพอสมควรในอังกฤษว่าเป็นสิ่งที่ปลอดภัยหรือไม่ แต่ในที่สุดรัฐก็ออกกฎหมายมารองรับระเบียงโซลาร์ และระบบสำเร็จรูปแบบติดตั้งเองสไตล์เยอรมันก็เริ่มมีวางจำหน่ายช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2026 ที่ผ่านมา โดยยังคงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะได้รับความนิยมเท่ากับในเยอรมนีหรือไม่ เพราะในกรณีอังกฤษ รัฐบาลไม่ได้ออกกฎหมาย "ห้ามขัดขวางผู้เช่าติดตั้งระเบียงโซลาร์" เช่นเดียวกับเยอรมนี ดังนั้น แม้รัฐบาลจะไฟเขียวแล้ว สำหรับคนอังกฤษที่อยากติดตั้งระเบียงโซลาร์ ถ้าเช่าบ้านอยู่ ก็ต้องผ่านด่านการอนุญาตของเจ้าของบ้านก่อน ถ้ามีบ้านอยู่แล้ว ก็อาจต้องผ่านการอนุญาตของเทศบาลก่อน เพราะในอังกฤษ ติดตั้งอะไรไป เทศบาลไม่พอใจสั่งรื้อได้หมด ดังเช่นหน้าร้อนที่ผ่านมา คนจำนวนมาก ‘ติดแอร์’ ก็โดนสั่งรื้อภายหลัง เพราะส่วน "คอยล์ร้อน" (ที่คนไทยชอบเรียก "คอมเพรสเซอร์") ที่อยู่นอกอาคารนั้นก็ถือว่าเป็นมลพิษทางทิวทัศน์ในบางพื้นที่


ตัดมาฝั่งอเมริกา ในปี 2025 ยูทาห์เป็นรัฐแรกที่ยกเลิก ‘การขออนุญาตติดตั้ง’ ระบบระเบียงโซลาร์ โดยเพดานกำลังผลิตไฟฟ้าที่ยูทาห์อนุญาตให้ทำระบบระเบียงโซลาร์นั้นสูงสุดได้ถึง 1,200 W สูงกว่าเยอรมนีซะอีก โดยแม้ว่าสังคมอเมริกาจะมีการถกเถียงกันพอควรว่าระบบนี้ปลอดภัย หรือไม่ แต่รัฐอีกกว่า 20 รัฐก็เริ่มพิจารณาออกระเบียบแบบยูทาห์แล้ว


ประเด็นคือ หลังจากเยอรมันพิสูจน์ให้เห็นว่าระบบการให้ติดระเบียงโซลาร์กันเองแบบไม่ต้องขออนุญาตสามารถทำงานได้ โดยไม่มีปัญหาใดๆ กับระบบไฟฟ้าส่วนกลาง คำถามของประเทศอื่นๆ เกี่ยวกับความปลอดภัยก็น้อยลงมาก เพราะสุดท้าย การคาดเดาปัญหาต่างๆ นาๆ ที่อาจเกิดขึ้น มีได้มีน้ำหนักเท่ากับหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ว่าเยอรมนีทำสิ่งนี้มานานหลายปีโดยไม่มีปัญหาใดๆ


 

คำถามสำหรับ "ระเบียงโซลาร์" ไทย


ที่อ่านมาทั้งหมด หลายท่านน่าจะมีคำถามว่า แล้วในไทยทำ ‘ระเบียงโซลาร์’ ได้หรือไม่? คำตอบสั้นๆ คือภายใต้กฎหมายปัจจุบัน เราทำระเบียงโซลาร์แบบเยอรมนีไม่ได้แน่ๆ เพราะเราไม่มีข้อยกเว้นการขออนุญาตก่อนติดตั้งสำหรับระบบโซลาร์ขนาดเล็ก ในทางปฏิบัติ ถ้าคนไทยอยากทำระเบียงโซลาร์ จะต้องทำเช่นเดียวกับหลังคาโซลาร์ ต้องมีแบบวงจรที่เซ็นโดยวิศวกรยื่นให้การไฟฟ้า ให้การไฟฟ้าอนุญาตเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าโซลาร์กับส่วนกลางได้ก่อน ถึงจะติดตั้งได้


แน่นอน นี่เป็นการทำลาย ‘ข้อดีหลัก’ ของระบบระเบียงโซลาร์ที่ไม่ต้องขออนุญาตติดตั้ง ออกจนหมด และถ้าวุ่นวายแบบนี้ สู้ไปติดหลังคาโซลาร์ดีกว่า ดังนั้นเราคงยังไม่มีโอกาสได้เห็น "ระเบียงโซลาร์" ในบ้านเราเร็วๆ นี้ ตราบใดที่ยังไม่มีการออกกฎหมายให้ข้อยกเว้นในจุดนี้


ถึงอย่างนั้น ต่อให้มีการยกเว้นให้กับระบบโซลาร์ขนาดเล็ก ความฝันที่จะทำระเบียงโซลาร์ของคุณก็ยังไปติดด่าน ‘อาคาร’ อยู่ดี


แม้ในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา ได้มีการแก้กฎกระทรวงที่ ‘ไม่นับ’ การติดตั้งระบบโซลาร์ว่าเป็น ‘การต่อเติมอาคาร’ ที่ต้องขออนุญาต แต่สิ่งที่ยังเป็นปัญหาแน่ๆ สำหรับผู้ที่อยากจะติดดั้งระเบียงโซลาร์ ‘ระเบียบ’ ของอาคารชุด ซึ่งโดยทั่วไป ‘ระเบียง’ หรือพื้นที่นอกระเบียง ถือเป็นทรัพย์สินส่วนกลาง ดังนั้นการจะทำอะไรกับส่วนนี้ต้องผ่านการอนุมัติของนิติบุคคลของอาคารเสียก่อน และนิติบุคคลก็ย่อมปฏิเสธคำขอนี้ได้อย่างง่ายๆ

  

ดังนั้น หากปราศจากกฎหมายที่เอื้ออำนวยให้ผู้อยู่อาศัยอาคารชุดสามารถติดระเบียงโซลาร์ ภายใต้กฎหมายไทยปัจจุบัน การทำระเบียงโซลาร์สไตล์เยอรมันยังคงเป็นไปได้ยากมาก


คำถามคือ แล้วรัฐควรจะมีการแก้กฎหมายให้ชาวไทยสามารถทำระเบียงโซลาร์แบบไม่ต้องขออนุญาต แบบที่เกิดแล้วในเยอรมนี และเหล่าชาติตะวันตกหรือไม่?


ถ้ามองในเชิงของการผลิตพลังงาน ระบบแบบนี้มีสัดส่วนผลิตพลังงานน้อยมากจากพลังงานที่ใช้ทั้งหมด ระเบียงโซลาร์ในเยอรมนีทั้งประเทศผลิตไฟฟ้าไม่เกิน 2 TWh ต่อปี จากพลังงานไฟฟ้าที่เยอรมนีใช้ทั้งหมดประมาณ 520 TWh ทั้งปี


แต่ถ้ามองว่า "ระเบียงโซลาร์" มีลักษณะเป็น ‘ประตูสู่พลังงานหมุนเวียน’ (gateway to renewables) ภาพอาจต่างออกไป


เพราะสำหรับคนทั่วไปที่ไม่เคย ‘ผลิตพลังงานใช้เอง’ การได้เห็นพลังของ ‘พลังงานหมุนเวียน’ อาจส่งผลต่อการตัดสินใจด้านพลังงานในระยะยาว การที่คนได้เห็นค่าไฟฟ้าลดลงแบบชัดๆ จากการแขวนแผ่นโซลาร์ที่ระเบียง ก็อาจทำให้ในอนาคต เมื่อเขาตัดสินใจซื้อบ้านอยู่ เขาอาจตัดสินใจว่าจะทำ ‘หลังคาโซลาร์’ แบบแทบไม่ต้องคิดเลยก็ได้

ถึงที่สุดแล้ว ระเบียงโซลาร์อาจไม่ใช่เป็นขุมพลังด้านพลังงานหมุนเวียนของประเทศ มากเท่ากับการเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนสามารถเข้าถึงการผลิตพลังงานหมุนเวียนได้เองมากขึ้น จากการสำรวจ ของ JustPow พบว่าชาวไทยที่สนใจจะทำ ‘หลังคาโซลาร์’ โดยทั่วไปมีงบประมาณไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่งแน่นอนว่าไม่เพียงพอต่อการทำหลังคาโซลาร์ แต่งบเท่านี้พอต่อการทำระเบียงโซลาร์แน่นอน ดังนั้นเราอาจมองว่ามาตรการเปิดให้ทำระเบียงโซลาร์ในไทย คือการเพิ่มการมีส่วนร่วมด้านพลังงานหมุนเวียนของประชาชน ที่เป็นไปตามงบประมาณที่ประชาชนพร้อมจ่ายในการ ‘เข้าร่วม’ ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนใช้


ที่มา:

ความคิดเห็น


bottom of page