top of page

เลือก ‘ผู้รับเหมา’ ทำหลังคาโซลาร์ควร ‘เช็ก’ อะไรบ้าง?

6 วันที่ผ่านมา
ยาว 2 นาที

ในยุคปัจจุบัน รัฐบาลไทยมีการ ‘ลดแลกแจกแถม’ ให้ประชาชนทำหลังคาโซลาร์มากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่การลดหย่อนภาษี การให้โอกาสประชาชนขายไฟฟ้าคืน การช่วยเหลือสินเชื่อ และการให้เงินอุดหนุน ฯลฯ ซึ่งมาตรการเหล่านี้มาจากหลายกระทรวงด้วยกัน แต่ล้วนชี้ไปในทางเดียวกันว่า รัฐบาลไทยต้องการให้คนไทยทำหลังคาโซลาร์และเพิ่มพลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ


ปัญหาในทางปฏิบัติคือ ถึงประชาชนจะสนใจติดตั้งหลังคาโซลาร์ ก็มีคำถามเต็มไปหมดอยู่ดีว่า จะหาช่างที่ไหน? จะติดต่อใคร? คำถามพวกนี้ไม่ว่าจะอินเทอร์เน็ตหรือกระทั่ง AI ก็ไม่ได้ช่วยตอบเท่าไร เพราะการไปสืบค้นก็ดูจะนำเราไปสู่คำถามใหม่ๆ มากกว่าจะได้คำตอบ เพราะปัจจุบัน มีผู้รับติดตั้งหลังคาโซลาร์มากมายตั้งแต่รายเล็กถึงใหญ่


สืบเนื่องจากความมึนงงตัดสินใจยากนี้ เราขอนำท่านเดินไปทีละขั้นตอนของการตัดสินใจเลือกผู้ติดตั้งหลังคาโซลาร์ โดยอิงจากบทเรียนของหลายๆ ประเทศ ซึ่งบางแห่งมีข้อมูลพื้นฐานด้านการ ‘เลือกผู้ติดตั้งหลังคาโซลาร์’ เหล่านี้บนเว็บไซต์ของทางภาครัฐเพื่อให้บริการประชาชนด้วยซ้ำ แต่ในเมื่อบ้านเราไม่มี ประชาชนก็ต้องช่วยเหลือกัน



เช็กความน่าเชื่อถือผู้รับเหมา/บริษัทเบื้องต้น


จริงๆ แล้วคนไทยกับ ‘ช่างรับเหมา’ นั้นเต็มไปด้วย ‘เรื่องเล่า’ ประสบการณ์ไม่ดี ตั้งแต่การโดนลดสเปกวัสดุแล้วมารู้ทีหลัง การทำงานติดตั้งไม่ได้มาตรฐาน หรือกระทั่งปัญหาคลาสสิกแบบ ‘ช่างทิ้งงาน’ แต่ถ้าไปถามคนที่ทำงานรับเหมา ‘มืออาชีพ’ เขาก็มักจะอธิบายว่าเพราะเราต้องการราคาที่ถูก เราเลยได้ทั้งวัสดุและงานที่มีคุณภาพต่ำ ถ้าเรายอมจ่ายแพงจากผู้รับเหมามืออาชีพ เราจะไม่เจอปัญหานี้ ในเคสหลังคาโซลาร์ เราก็อาจคิดแบบเดียวกันได้ คือให้เราถือว่าของ 'ถูกและดี' ไม่มีจริง


ข้อดีของอุตสาหกรรมหลังคาโซลาร์ไทยก็คือ ปัจจุบันมีการแข่งขันสูงจนราคาติดตั้งแต่ละเจ้าค่อนข้างใกล้เคียงกัน ดังนั้นจึงพึงระวังเจ้าที่ราคาถูกกว่าเจ้าอื่นอย่างน่าสงสัย เช่น หลังคาโซลาร์ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้า 5 kWp ค่าติดตั้งตอนกลางๆ ปี 2026 อยู่ประมาณ 150,000 บาท ±20% ดังนั้นถ้ามีผู้ติดตั้งเจ้าไหน คิดราคาไม่ถึง 100,000 บาท ก็ควรสงสัยไว้ก่อนว่าผู้ติดตั้งรายนี้ไม่น่าไว้วางใจ เพราะโดยทั่วไป การตั้งราคาที่ต่ำกว่าผู้ให้บริการเจ้าอื่นมากในตลาดที่แข่งขันสูง อาจหมายถึงการลดสเปกสินค้า ซึ่งย่อมจะส่งผลต่ออายุการใช้งาน หรือกระทั่งความปลอดภัย


ทั้งนี้ในประเทศที่ตื่นตัวเรื่องโซลาร์อย่างเยอรมนี สื่อแท็บลอยด์อย่าง Bild ก็ได้มีการเผยแพร่คู่มือการเลือกผู้ให้บริการติดตั้งหลังคาโซลาร์ และเขาถึงกับขึ้นคำเตือนเลยว่าให้หลีกเลียงผู้ติดตั้งที่มาเคาะประตูเสนอโปรโมชั่นติดตั้งราคาถูก (น่าจะมีเยอะมากในเยอรมนี) รวมถึงให้หลีกเลี่ยงพวก ‘โปรไฟไหม้’ แบบติดตั้งวันนี้จะได้ราคาถูกมากๆ ของพวกนี้ถือเป็น ‘ธงแดง’ หมด เพราะปกติผู้ติดตั้งที่ได้มาตรฐานจะไม่มีการลดราคาแบบนี้


ต่อมา เรารู้พื้นฐานแล้วว่าผู้ติดตั้งแบบใดควรจะหลีกเลี่ยง คำถามต่อมาคือเรากรองพวกนี้ออกไปแล้ว เราจะใช้เกณฑ์อะไรในการเลือก


การแนะนำแบบปากต่อปากแบบคลาสสิกก็ช่วยได้ ในการหาผู้ติดตั้งหลังคาโซลาร์ที่ให้บริการในพื้นที่ ดังนั้นการไปถามเพื่อนที่เราไว้ใจที่เคยติดตั้งไปแล้วเราจะได้ข้อมูลที่มีประโยชน์จากคนที่เราไว้ใจ ซึ่งถ้าไม่มี ในยุคนี้ ‘รีวิวออนไลน์’ ช่วยได้พอสมควรในการเช็กคร่าวๆ ว่าผู้ติดตั้งแต่ละเจ้าที่เราสนใจเคยไป ‘ก่อเรื่อง’ อะไรเอาไว้หรือไม่

แต่ถ้าเรา ‘คัดกรอง’ แล้วก็ยังพบว่ามีหลายเจ้าอยู่


สิ่งที่เป็นตัวคัดกรองต่อคือ ‘ประสบการณ์’ ซึ่งอธิบายง่ายๆ ก็คือ เราก็ดูว่าบริษัทเปิดมากี่ปีแล้ว? ทางบริษัทมีช่างของตัวเองหรือไม่? ซึ่งก็แน่นอน หลักทั่วไปก็คือ ถ้าบริษัทตั้งมานาน มีช่างของบริษัทเอง ก็ย่อมน่าเชื่อถือว่าบริษัทที่เพิ่งตั้งมา ที่ใช้บริการช่างรับเหมานอกบริษัทในการให้บริการลูกค้า โดยคำถามว่าบริษัทควรจะมีอายุเท่าไร ทางกระทรวงพลังงานของสหรัฐอเมริกาเสนอว่า ‘หลักทั่วไป’ ในการเลือกผู้ติดตั้งหลังคาโซลาร์ คือไม่ควรจะใช้บริการผู้รับเหมาที่มีประสบการทำงานน้อยกว่า 3 ปี


สิ่งที่เราอยากจะเสริมก็คือ ‘หลังคาโซลาร์’ เป็นอุปกรณ์ที่คาดว่าจะมีอายุใช้งานเกินทศวรรษ ดังนั้นการดูนโยบาย ‘รับประกันการติดตั้ง’ ของแต่ละเจ้าเปรียบเทียบกันก็สำคัญ บริษัทจีนอย่าง ECOFLOW เสนอว่าการรับประกันการติดตั้งหลังคาโซลาร์มาตรฐานควรอยู่ที่ 10 ปี ซึ่งนี่คือสิ่งที่นอกเหนือการรับประกันอุปกรณ์อย่างอินเวอร์เตอร์ (inverter) และแผ่นโซลาร์ ถ้าเป็นมาตรฐานแบบยุโรปจะถือว่าควรจะมีการรับประกันขั้นต่ำ 20 ปีขึ้นไปทั้งคู่ โดยนี่อาจเป็นเกณฑ์ที่ดูสูงไม่น้อยถ้าเทียบกับการรับประกันการติดตั้งในไทย


แต่โดยทั่วไป หลักก็คือ หากผู้ให้บริการติดตั้งรับประกันการติดตั้งเป็นเวลานาน ก็แสดงว่าเขามีความมั่นใจคุณภาพในการติดตั้งของเขาว่า ‘ส่วนใหญ่’ จะไม่มีปัญหาในระยะเวลารับประกัน ซึ่งก็ไม่ได้ต่างจากสินค้าส่วนใหญ่ที่ ‘ระยะเวลารับประกันสินค้า’ ถือเป็นตัวแทน ‘อายุใช้งาน’ สินค้าได้ ในกรณีที่เราไม่รู้ว่าอายุใช้งานมันคือเท่าไร


หลายประเทศ มีการรวบรวมรายชื่อผู้ติดตั้งหลังคาโซลาร์ที่ความน่าเชื่อถือที่ขึ้นทะเบียนกับรัฐในเว็บไซต์หน่วยงานราชการ เช่น ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา ไอร์แลนด์ ฯลฯ โดยรายชื่อเหล่านี้เข้าถึงได้ผ่านเว็บไซต์หน่วยงานด้านพลังงานหรือพลังงานหมุนเวียนของประเทศนั้นๆ ซึ่งเขาก็มักจะมีตัวกรองแยกตามพื้นที่ให้คนในพื้นที่ต่างๆ ได้เช็กว่าในพื้นที่ของตน มีผู้ติดตั้งรายไหนที่ได้รับการรับประกันคุณภาพโดยภาครัฐบ้าง แต่ในไทย เรายังไม่มีระบบการรับประกันความน่าเชื่อถือแบบเดียวกันโดยภาครัฐ ดังนั้นเราก็อาจต้องใช้การดูรีวิว เช็กอายุประสบการณ์ทำงาน รวมถึงเช็กระยะเวลารับประกันการติดตั้งเป็นหลัก



เช็กความรู้หน้างาน


แน่นอน หลังจากเราเลือกผู้รับเหมาเหรือบริษัทติดตั้งหลังคาโซลาร์แล้ว ‘การสำรวจหน้างาน’ ก็ควรจะเกิดขึ้น ก่อนการมีการเสนอราคาค่าติดตั้งใดๆ และนี่เป็นจังหวะที่เราจะสามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือได้อีกขั้น


แน่นอนการสำรวจหน้างานโดยพื้นฐานเป็นไปเพื่อเช็กว่า ควรจะติดตั้งแผ่นโซลาร์ฝั่งไหนของหลังคา? หลังคามีพื้นที่รับแสงแดดเพียงพอต่อการผลิตไฟฟ้าตามที่ต้องการหรือไม่?


แต่สิ่งที่ต้องเช็กเช่นกัน คือการที่สภาพหลังคาและกระเบื้องนั้นพร้อมสำหรับการติดตั้งหรือไม่ ปัญหาคลาสสิกที่จะเจอคือ หลังคามีการรั่วภายหลังการติดตั้ง ซึ่งอาจเกิดจากสภาพของกระเบื้องที่เก่า หรือความผิดพลาดในการเจาะกระเบื้องเพื่อติดตั้ง รวมถึงการอุดรูรั่วที่ทำไว้ไม่ดีพอ และเรามักจะรู้ภายหลังการติดตั้ง (เพราะคนมักจะนิยมติดตั้งหลังหน้าฝน และกว่าจะรู้ว่ารั่วหรือไม่ บางทีกินเวลาอีกเกินครึ่งปีหลังติดตั้ง) ส่วนนี้ก็ต้องมีการพูดคุยกับผู้ให้บริการติดตั้งถึงมาตรฐานป้องกันหลังคารั่ว รวมถึงรายละเอียดของ ‘เก็บงาน’ หากหลังคามีการรั่วหลังการทำหลังคาโซลาร์ ว่าใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้


หลังจากเรื่องหลังคา ประเด็นต่อมาก็คือ เรื่องตำแหน่งในการตั้งอินเวอร์เตอร์ หรืออุปกรณ์ปรับแรงดันไฟฟ้าที่ผลิตจากระบบโซลาร์เซลล์ ให้ตรงกับแรงดันไฟฟ้าในระบบไฟฟ้าบ้าน ตรงนี้คำถามพื้นฐานที่ต้องถามคืออินเวอร์เตอร์ควรตั้งตรงไหนดี เพราะมันเป็นอุปกรณ์ที่มีความร้อนและมีระบบระบายความร้อน ดังนั้นมันจะมี ‘เสียงพัดลม’ ซึ่งถ้าติดตั้งในบริเวณตู้ไฟของบ้าน สิ่งที่เกิดคือมันอาจส่งเสียงรบกวนในบริเวณนั้น แต่ถ้าตั้งนอกตัวบ้าน ก็อาจต้องเป็นที่ร่มและมีอากาศถ่ายเทดี ซึ่งช่างติดตั้งผู้มีประสบการณ์ จะให้คำแนะนำเราได้ว่าอินเวอร์เตอร์ของบ้านเราควรจะอยู่ตรงไหน


อีกประเด็นคลาสสิกที่ควรจะคุยคือ ความพร้อมของ ‘ตู้ไฟ’ หรือ ‘ตู้สวิตช์บอร์ด’ ของบ้าน ว่าพร้อมจะเชื่อมกับระบบไฟฟ้าโซลาร์หรือไม่ บ้านเรือนของไทยจำนวนมากอาจมี ‘ตู้ไฟ’ รุ่นเก่าที่ไม่เหมาะกับการเชื่อมระบบผลิตไฟฟ้าจากหลังคาโซลาร์ ดังนั้นมันอาจต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มในการเปลี่ยนตู้ไฟ ก่อนทำหลังคาโซลาร์ ซึ่งเราก็ต้องถามช่างว่ารับทำหรือไม่? หรือเขามีคำแนะนำให้จัดการอย่างไรก่อนการติดตั้ง


สุดท้าย เราก็ควรจะถามให้มั่นใจว่าทางผู้ให้บริการติดตั้งนั้นมีบริการทำแบบวงจรไฟฟ้าและยื่นแบบกับการไฟฟ้า ซึ่งเป็นเงื่อนไขการเชื่อมระบบโซลาร์กับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้าหรือไม่ ผู้ให้บริการที่ได้มาตรฐานมักมีบริการนี้รวมอยู่แล้ว แต่เราก็ควรถามให้มั่นใจอีกที


นอกจากนี้ คำถามอื่นที่เราควรถามผู้ให้บริการติดตั้ง ก็เช่น การติดตั้งที่ชาร์จรถ EV ในอนาคต ช่างทำหลังคาโซลาร์ที่มีประสบการณ์พอ ก็จะพบว่าคนที่ติดหลังคาโซลาร์ก็มักจะใช้รถ EV และเขาในฐานะช่างไฟฟ้า แม้จะไม่ให้บริการในส่วนนี้ ก็ควรจะให้คำแนะนำเบื้องต้นกับเราได้เช่นกัน



ขอใบเสนอราคาจาก 2 เจ้าขึ้นไปเสมอ


สุดท้าย หลักทั่วไปก่อนการตัดสินใจเลือก ‘ช่างรับเหมา’ คือควรจะมีการ ‘ประกวดราคา’ เสมอ ซึ่งในทางปฏิบัติของการทำหลังคาโซลาร์ คือการให้บริษัทติดตั้งหลังคาโซลาร์ขั้นต่ำ 2 บริษัท ทำใบเสนอราคาโดยละเอียดมาเปรียบเทียบกันเสมอ


ใบเสนอราคาที่ดีจะมีสเปกอุปกรณ์และค่าบริการแต่ละส่วนอย่างละเอียด ไม่มีการรวมค่าใช้จ่ายเป็นก้อนใหญ่ๆ ที่ระบุรายละเอียดไม่ได้ โดยในกรณีไทย และถ้าเป็นมาตรฐานต่างประเทศทั่วไป คือต้องมีการคำนวณ ‘ระยะเวลาคืนทุน’ ให้ลูกค้าด้วย เพราะถือว่านี่ต้องเป็นสิ่งที่ช่างรับเหมาติดตั้งหลังคาโซลาร์ต้องทำได้อยู่แล้ว


หลังจากนี้ก็คือ การทำการบ้านของเราเพื่อเปรียบเทียบผู้รับเหมาแต่ละเจ้าเพื่อตัดสินใจแล้ว โดยเราก็อาจต้องทำการบ้านในการเช็กอุปกรณ์หลัก เช่นตัวแผ่นโซลาร์ และอินเวอร์เตอร์ ว่ารีวิวเป็นอย่างไร การเคลมประกันยากหรือไม่?นอกจากนี้ต้องตระหนักเช่นกันว่า ถึงบริษัทอ้างว่ารับประกันสินค้า 30 ปี แต่บริษัทเลิกกิจการไปก่อน การรับประกันสินค้าเราก็เป็นโมฆะเช่นกัน ดังนั้นเราควรเลือกสินค้าที่เรียกว่าเป็น Tier 1 จากการจัดความน่าเชื่อถือบริษัทโซลาร์ของ BloombergNEF ซึ่งเป็นสถาบันประเมินความน่าเชื่อถือด้านพลังงานระดับโลก


สิ่งที่ต้องระลึกเสมอก็คือ ในประเทศไทยการแข่งขันติดตั้งหลังคาโซลาร์ในปัจจุบันค่อนข้างสูง ดังนั้นราคาของของสเปกเท่ากันควรจะไม่หนีกันเท่าไร และบางทีเราอาจต้องชั่งน้ำหนักราคากับอายุของการรับประกันและความน่าเชื่อถือของตัวผู้รับเหมาที่ต่างกัน และเราก็อาจต้องคิดดีๆ ว่าเราควรจะจ่ายน้อยกว่าพร้อมกับกับการรับประกันหลังการขายที่ต่ำกว่าหรือไม่ เพราะ ‘หลังคาโซลาร์’ นั้นอายุใช้งานรวมๆ ก็ไม่ควรจะต่ำกว่า 20 ปี และเราก็ควรจะคิดถึงกรณีที่อีก 10 ปีข้างหน้า มีส่วนไหนของระบบมีปัญหาต้องซ่อมบำรุงด้วย



อ้างอิง:

ความคิดเห็น


bottom of page