โอกาสทางพลังงานมีอยู่ ทุกที่แม้กระทั่งโต๊ะปิงปอง เชื่อไหม?
- tanachaiv
- 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที

ปิงปองกับโซลาร์เซลล์???
ปิงปองกับโซลาร์เซลล์เป็นสิ่งที่ดูไม่เกี่ยวกันเลย แต่ในความเป็นจริงมันเคยมาบรรจบกันอย่างประหลาด และอาจจะดูงงๆหน่อย กีฬาที่มีอายุกว่า 100 ปี (จริงๆ ปี 2026 ครบ 100 ปีก่อตั้งสหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติพอดี) ที่มีต้นกำเนิดจากอาณานิคมอังกฤษในอินเดียในช่วงศตวรรษที่ 19 นี้ ไปบรรจบกับโซลาร์เซลล์ได้ยังไง เราก็ต้องย้อนไปดูจุดบรรจบในปี 2011 เมื่อมีคนเคยเสนอให้เปลี่ยนโต๊ะปิงปองทั้งประเทศจีนเป็นแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อผลิตพลังงาน
แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น เราต้องเข้าใจความสำคัญของปิงปองต่อประเทศจีนก่อน เพราะนี่คือกีฬาประจำชาติ ของชาติที่เป็นแหล่งผลิตแผ่นโซลาร์เซลล์หลักของโลกในเวลาต่อมา
ปิงปองในแผ่นดินจีน
สำหรับปิงปอง จริงๆ มันไม่ใช่กีฬาที่มีในยุคจีนเก่า แต่เป็นกีฬาในยุคจีนใหม่หลังการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์ และเหตุผลจริงๆ มันไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย ออกจะกำปั้นทุบดินด้วยซ้ำ
ในปี 1949 พรรคคอมมิวนิสต์ปฏิวัติสำเร็จ พรรคคอมมิวนิสต์ต้องการให้คนจีนแข็งแรง แต่จีนก็ยังยากจนมาก เล่นกีฬาอะไรซับซ้อนต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพงและใช้พื้นที่เยอะไม่ได้ ทางพรรคก็เลยเกิดไอเดียสถาปนากีฬาโปรดของสองนักปฏิวัติอย่างเหมาเจ๋อตุงและโจวเอินไหลอย่างปิงปองให้กลายมาเป็นกีฬาประจำชาติจีน คือโปรโมตให้เหล่า "สหาย" ทั่วแผ่นดินจีนยุคคอมมิวนิสต์เล่นกันให้หมด
ปี 1959 หลังจากปฏิวัติและสนับสนุนให้คนจีนเล่นปิงปองมา 10 ปี หรงกั๋วถวนนักปิงปองชาวจีนก็คว้าแชมป์ปิงปองโลกที่เยอรมันตะวันตกสำเร็จ นี่เป็นครั้งแรกที่คนจีนได้แชมป์กีฬาระดับโลก ซึ่งก็เป็นการตอกย้ำทั้งความภาคภูมิใจและความฮิตของปิงปองในจีน
ปี 1971 เกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า Ping Pong Diplomacy หรือ "การฑูตปิงปอง" ระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ในช่วงนั้นจีนกับสหรัฐอเมริกา ไม่มีความสัมพันธ์ทางการฑูตกัน และคนสองชาตินี้ก็รู้สึกกลายๆ ว่าอีกชาติเป็นศัตรูเพราะรัฐบาลไม่ชอบกัน สิ่งที่เกิดในปีนี้ก็คือ มีการจัดแข่งปิงปองชิงแชมป์โลกที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น แล้วมันมีเหตุการณ์ที่ นักกีฬาปิงปองทีมชาติอเมริกันในลุคแบบฮิปปี้ผมยาวประบ่า ดันขึ้นรถบัสผิดคัน ไปขึ้นรถบัสทีมชาติจีนพอดี
ในบรรยากาศทางการเมืองยุคนั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นบนรสบัสควรจะเป็น "สถานการณ์ตึงเครียด" นักกีฬาที่ดันขึ้นรถผิดคันก็ดูเป็น "อเมริกัน" จัดๆ ไว้ผมยาวรกๆ แบบที่เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นอเมริกัน แล้วไปโผล่ท่ามกลางสหายคอมมิวนิสต์ผมสั้น แต่สิ่งที่เกิดก็คือ นักกีฬาจีนต้อนรับนักกีฬาอเมริกาอย่างอบอุ่น และมีการมอบของขวัญให้ ซึ่งนักข่าวมือไวก็ถ่ายภาพได้ตอนทั้งคู่ยิ้มแย้มพอดี

ภาพนี้ดังไปทั่วโลก และว่ากันว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ภาพลักษณ์ต่อกันและกันของอเมริกา-จีนเปลี่ยนไป ทำให้ต่างฝ่าย ต่างเห็นอีกฝ่ายไม่ได้เลวร้ายอย่างจินตนาการเอาไว้ และในปี 1972 ประธานาธิบดีนิกสันก็เดินทางไปจีนและเริ่มความสัมพันธ์ทางการฑูตกับจีนที่ดำเนินมายาวนานจนถึงทุกวันนี้
กีฬาประจำชาติกับช่องทางผลิตพลังงาน
ณ ปัจจุบัน คนจีนรุ่นใหม่อาจมองปิงปองเป็นกีฬาของอากงอาม่า คือมองว่ามีแต่คนแก่ๆ ที่เล่น และนี่เลยทำให้คนรุ่นใหม่ๆ จะไม่ดูแข่งปิงปองกันแล้ว เปลี่ยนไปนิยมดู บาสเกตบอล ฟุตบอล และวอลเล่ย์บอลมากกว่า ปิงปองกลายเป็นกีฬาอันดับ 4 ในจีนถ้าจัดอันดับตาม "คนดู"
แต่ถ้านับ "คนเล่น" คนจีนเล่นปิงปองกันเยอะมากกว่ากีฬาอื่นๆ ประเมินคร่าวๆ คือเล่นกัน 300 ล้านคน หรือประมาณ 20% ของประชากร ไ่ม่มีกีฬาอะไรที่คนจีนเล่นมากเท่านี้อีกแล้ว และส่วนหนึ่งที่คนเล่นกันเยอะเพราะคนจีนรุ่นใหญ่ๆ เล่นเป็นกันหมด มันเป็นการออกกำลังกายและฝึกปฏิกิริยาโต้ตอบที่ดีของผู้สูงอายุ และนี่เลยทำให้ในจีน มีการประเมินว่ามีโต๊ะปิงปองทั้งประเทศเกิน 1 ล้านโต๊ะ ซึ่งในจีน เค้าไม่ได้เล่นแค่ในร่ม คนจีนนิยมเล่นปิงปองกลางแจ้งกันมาก เล่นกันเป็นปกติโดยเฉพาะในช่วงฤดูที่อากาศดีๆ และนี่น่าจะหมายถึงว่าในจีนมีโต๊ะปิงปองกลางแจ้งเป็นหลักแสนโต๊ะ
พื้นฐานแบบนี้ทำให้ในปี 2011 มีนักประดิษฐ์ชาวจีนชื่อเสี้ยวเฟย (肖飞) เสนอให้จีนลองผลิตแผ่นโซลาร์เซลล์ขนาดเท่าโต๊ะปิงปองดู เป้าเค้าคือจะแปลงโต๊ะปิงปองกลางแจ้งในจีนให้เป็นแผ่นโซลาร์เซลล์ ให้ตีปิงปองไป ผลิตไฟฟ้าไปพร้อมกันได้ และถ้าเวิร์ค ก็ให้นี่เป็นมาตรฐานใหม่ของการผลิตแผ่นโซลาร์เซลล์ขายทั้งโลกไปเลย
ตรงนี้ต้องเข้าใจก่อนว่าปี 2011 เป็นปีที่สำคัญ มันเป็นช่วงปีที่จีนเพิ่งเป็นผู้ผลิตโซลาร์เซลล์หลักของโลกตอนแรกๆ เพราะหลังจากรับจ้างผลิตให้เยอรมนี จีนได้พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตทำให้ต้นทุนผลิตถูกกว่าที่อื่น และผลิตขายที่อื่น ซึ่งจีนก็ลดต้นทุนการผลิตมาได้เรื่อยๆ (ตลอดทศวรรษ 2010 จีนทำให้ราคาแผ่นโซลาร์เซลล์ลดลงราว 90%)
กล่าวคือ มันเป็นปีที่จีนมีอำนาจในการสร้างมาตรฐานใหม่ในการผลิตแผ่นโซลาร์เซลล์ได้ เพราะเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกแล้ว สามารถเลือกขนาดที่จะผลิตได้ หรือจะสร้างมาตรฐานอะไรก็ได้ และนักประดิษฐ์คนนี้ก็หัวใส เสนอให้จีนใช้อำนาจนี้ผลิตแผ่นโซลาร์เซลล์ไซส์แบบโต๊ะปิงปองใช้เองในประเทศ และทำขายทั้งโลก ซึ่งถ้าทำแบบนั้นสำเร็จ มันจะนำมาซึ่งเงินทองมหาศาลสำหรับคนคิดสิทธิบัตรสิ่งนี้ขึ้นมา
...แต่สุดท้ายไอเดียนี้ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง สิทธิบัตรหมดอายุไปแล้วตามกาลเวลา และทุกวันนี้โต๊ะปิงปองกับแผ่นโซลาร์เซลล์มีขนาดไม่เท่ากันแน่ๆ ซึ่งมันมีเหตุผลที่ทั้งสองสิ่งนี้ควรจะไม่เท่ากัน
ความไม่ลงรอยของโต๊ะปิงปองและแผ่นโซลาร์เซลล์
ต้องเริ่มก่อนว่าโต๊ะปิงปองมาตรฐาน มันต้องยาว 9 ฟุต (ประมาณ 2.7 เมตร) และกว้าง 5 ฟุต (ประมาณ 1.5 เมตร) มาตรฐานนี้ใช้มาเป็นร้อยปีตั้งแต่ช่วงอังกฤษอาณานิคม และหน่วยที่เป็น "ฟุต" ก็เป็นหลักฐานอย่างดีว่ามันเป็นมาตรฐานเก่าขนาดนั้น
เหตุผลที่มันไซส์นี้ อธิบายง่ายๆ ก็คือ ถ้ามันยาวกว่านี้ ปิงปองจะเล่น "ง่าย" ไป คือมันจะมองลูกที่ลอยมาได้แต่ไกลและตีกลับง่าย แต่ถ้ามันสั้นกว่านี้ มันก็จะทำเกมมัน "ยาก" ไป ตีลูกลงโต๊ะยาก และคือหลังลูกลงโต๊ะ ก็ตีกลับไปไม่ทัน
และก็เช่นกัน เหตุที่มันไม่แคบกว่านี้ก็เพราะมันจะทำให้เล่น "ง่าย" ไป แคบกว่านี้ผู้เล่นก็แทบยืนเฉยๆ ตีอยู่กับที่ได้ มือเอื้อมถึงหมด แต่ ที่มันไม่กว้างกว่านี้ ก็เพราะมันจะทำให้เกมมัน "ยาก" ไป เพราะลูกปิงปองมันเร็วมาก มันไม่ใช่ลอยมาไกลๆ ให้วิ่งไปรับแบบแทนนิส คือถ้าผู้เล่นอยู่ห่างไปเพราะโต๊ะกว้าง มันจะแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะตีกลับ ดังนั้นการมีโต๊ะที่ไม่กว้างไปมันเลยทำให้การเล่นนั้นสนุกและมีลุ้นกว่า
พูดง่ายๆ คือโต๊ะมันต้องกว้างพอที่จะบังคับให้ผู้เล่นขยับตำแหน่งบ้าง และไม่กว้างเกินที่ผู้เล่นจะไม่มีโอกาสตีลูกกลับได้เพราะอยู่ไกลเกินไป
ทั้งหมดนี้เป็นมาตรฐานที่มีมาเป็นร้อยปี ผ่านการพิสูจน์มายาวนานว่าทำให้เกมสนุกทั้งสำหรับคนเล่นและคนดู ดังนั้นมันเปลี่ยนไม่ได้ และการที่ยังใช้ขนาดโต๊ะหน่วยแบบอิมพีเรียลอยู่ แทนที่จะปรับขนาดมาใช้เลขกลมๆ ในระบบเมตริกส์ที่ใช้กันทั้งโลก (รวมถึงอังกฤษ) ก็เป็นสิ่งที่บอกทุกอย่างแล้วว่าขนาดโต๊ะมัน "พอดี" แล้ว ไม่ควรจะไปเปลี่ยน
ทางด้านแผ่นโซลาร์เซลล์ ทุกวันนี้แผ่นไซส์ใหญ่สุดแบบที่เอาไว้ติดหลังคา มักจะยาว 1.6-2.1 เมตร กว้างประมาณ 1 เมตร (บวกลบนิดหน่อย) จะเห็นได้ว่า มันไม่มีไซส์มาตรฐานเป๊ะๆ แต่มันก็ขนาดใกล้ๆ กัน และมันมีเหตุผลอยู่ โดยอีกอย่างที่อยากให้สังเกตก็คือ กำลังการผลิตไฟของแผ่นโซลาร์เซลล์ มันก็มักจะอยู่ระหว่าง 600-800 Watt ซึ่งก็แปลกอีก เพราะสำหรับมนุษย์ปัจจุบันที่คุ้นเคยกับเลขฐาน 10 ถ้ามันจะทำขายสองขนาด ให้ "เลขสวย" มักก็ควรจะผลิตไซส์ 1,000 Watt หรือ 1 kW เพราะนั่นก็จะทำให้คำนวณง่ายเลย (เช่นจะทำระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าแบบแบบ 5 kWp ก็ใช้ 5 แผ่นไปเลยจบ ไม่ต้องมีเศษเกินๆ)
จริงๆ จากฝั่งผู้บริโภค ถ้าคิดง่ายๆ คนที่จะติดแผ่นโซลาร์เซลล์ ถ้าราคาต่อหน่วยเท่าๆ กัน ก็ย่อมอยากติดแผ่นที่ใหญ่ที่สุด ผลิตไฟฟ้าได้มากที่สุด เพราะการใช้น้อยแผ่น มันก็ทำให้พวกอุปกรณ์ติดตั้งๆ ต่างๆ ใช้น้อยลง และทำให้ราคาติดตั้งลดลง นั่นคือ "คอมมอนเซนส์" ของลูกค้าทั่วไป
แต่จากฝั่งผู้ผลิตและผู้ติดตั้ง มันไม่ง่ายแบบนั้น
ในทางเทคนิค เราจะผลิตแผ่นโซลาร์เซลล์ใหญ่แค่ไหนก็ได้ แต่ความเป็นจริงขนาดของแผ่นต้องคำนึงถึงการขนส่ง การจัดเก็บ และที่สำคัญที่สุดคือการติดตั้งด้วย
ในการขนส่งและจัดเก็บ หากผู้ขนย้ายแผ่นโซลาร์หลักเป็นมนุษย์ ไม่ใช่เครื่องจักรขนาดแผ่นโซล่าก็ควรจะเป็นขนาดที่สมเหตุสมผลที่มนุษย์จำนวนไม่มากเกินไปจะยกย้ายไปมาไหว นี่เลยอาจเป็นสิ่งที่กำหนดขนาดแผ่นโซลาร์จริงๆ
เมื่อการการติดตั้ง ที่มักจะใช้คน 2 คนเป็นอย่างน้อย ซึ่งนั่นส่งผลให้ แผ่นโซลาร์ ต้องออกแบบมาให้มีขนาดและน้ำหนัก ที่คน 2 คนสามารถยกไหวอย่างไม่ลำบาก เพราะพวกเค้าต้องทำงานติดตั้งบนพื้นที่ที่ทรงตัวยากอย่างบนหลังคา
ดังนั้นนี่เลยนำมาสู่ไอเดียการผลิตแผ่นโซลาร์เซลล์ "ขนาดมาตรฐาน" สำหรับใช้ติดตั้งบนหลังคาว่า มันต้องเป็นแผ่นใหญ่ที่สุด ที่คน 2 คนยกไหว ซึ่งภายใต้ประสิทธิภาพการแปลงแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้า (Efficiency Rate) ในปัจจุบัน ขนาดมันจะเป็นอย่างที่ว่ามา และมีกำลังผลิตไฟฟ้า 600-800 Watt
ที่เล่ามาทั้งหมด จะเห็นว่าไม่ว่าจะโต๊ะปิงปอง หรือแผ่นโซลาร์เซลล์ ก็ล้วนมีเหตุผลที่มันมีขนาดที่มันเป็น จะให้แผ่นโซลาร์เซลล์มีขนาดเท่าโต๊ะปิงปอง มันจะใหญ่เกินไป ทำให้ขนส่งไปจนถึงติดตั้งยาก ส่วนจะให้โต๊ะปิงปองเล็กเท่าแผ่นโซลาร์เซลล์ มันก็จะทำให้ความสนุกของเกมลดลง
ทั้งหมดเลยทำให้ไอเดียที่จะสร้างแผ่นโซลาร์เซลล์ให้มีขนาดเท่าโต๊ะปิงปองในปี 2011 ตกไป มันกลายเป็นสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ที่ไม่ได้ถูกนำมาสร้างและทำตลาดจริงๆ
เมื่อทุกพื้นผิวที่โดนแดดคือโอกาสทางพลังงาน
เราอาจมองว่านี่เป็นเพียงเรื่องราวของสิ่งประดิษฐ์ที่ล้มเหลว ที่สอนเราอีกครั้งว่า ที่เราคิดว่าขนาดของสิ่งต่างๆ มันเป็นอย่างงั้นโดยบังเอิญ และมันควรจะถูกเปลี่ยนเป็นขนาดอื่นจะดีกว่า มีประสิทธิภาพกว่า จริงๆ แล้ว มันอาจมีเหตุผลเบื้องหลังที่มันต้องมีขนาดแบบนั้น และการไปเปลี่ยนมัน เป็นสิ่งที่ไม่ได้จะทำให้อะไรดีขึ้นอย่างที่เราคิด
แต่อีกด้าน สิ่งที่น่าสนใจของข้อเสนอ "เปลี่ยนโต๊ะปิงปองเป็นฐานผลิตไฟฟ้า" คือ มันเป็นไอเดียที่ยัง "เข้าท่า" อยู่บนฐานที่ว่า จริงๆ เราก็ไม่ควรหยุดคิดว่า "พื้นผิว" อะไรที่ตากแดดเป็นประจำ มันมีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าทั้งสิ้น และถ้าเรามีไอเดียดีๆ เราก็อาจช่วยสร้างพลังงานที่สะอาดและหมุนเวียนให้กับมนุษยชาติอย่างมหาศาล
และนี่ไม่ใช่เรื่องในทางทฤษฎี เพราะหลังปี 2011 มันก็มีไอเดียทำนองเดียวกันมากมาย และเราไม่ได้พูดถึง "หลังคาโซลาร์" ที่เป็นไอเดียเก่ามาตั้งแต่ยุคทศวรรษ 1990 แต่พูดถึงการพยายามสร้าง หลังคารถโซลาร์บ้าง ทางเดินโซลาร์บ้าง หรือกระทั่งกระจกหน้าต่างโซลาร์ ทั้งหมดวางอยู่บนฐานความคิดชุดเดียวกันทั้งสิ้น มันคือความคิดว่าอยากหาพื้นที่ติดโซลาร์เซลล์เพิ่มจากสิ่งที่ต้องโดนแดดอยู่แล้ว
เพราะถึงที่สุด ในทางทฤษฎี ถ้าเราอยากจะเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เราก็ต้องเปลี่ยนพื้นผิวทั้งหมดที่โดนแสงอาทิตย์มาเป็น "โซลาร์เซลล์" บางแบบให้ได้มากที่สุด ซึ่งมันก็พัฒนาไปตามเทคโนโลยี เพราะถ้าเราผลิตแผ่นโซลาร์เซลล์ที่รับแรงกดได้มากๆ เราก็เอามาทำเป็นทางเดินได้ หรือถ้าเราทำแผ่นโซลาร์เซลล์โปร่งแสงได้ เราก็เอามาทำกระจกหน้าต่างได้ เป็นต้น
อ้างอิง: https://www.nbcnews.com/news/asian-america/tool-diplomacy-table-tennis-now-viewed-china-much-rcna1601
-------- ----- ----
---
---
---




ความคิดเห็น