top of page

สมรภูมิโซลาร์ในวันที่ ‘การแข่งขัน’ ไม่ได้อยู่ที่ราคาแต่คือ ‘คุณภาพและมาตรฐาน’ การส่งมอบงานที่ลูกค้าวางใจ

7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ยาว 2 นาที


เปิดวิสัยทัศน์ ‘ป้อ’ ภานุมาส แสนทวี กรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ของ Greenergy Thailand


ในโอกาสที่บริษัท Greenergy Thailand ได้ปรับโครงสร้างบริษัท และมีการปรับตำแหน่งใหม่ โดยมีตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นครั้งแรก และมีคุณ ‘ป้อ’ ภานุมาส แสนทวี นั่งเก้าอี้นี้เป็น คนแรกของบริษัท เราถือโอกาสสัมภาษณ์คุณป้อ ถึงเส้นทางอาชีพการงาน กว่าจะมาเป็น President คนแรกของ Greenergy รวมถึงวิสัยทัศน์ใหม่ของบริษัทภายใต้การนำของคุณป้อ



จากเซลส์ สู่ Project Manager


เส้นทางการทำงานของคุณป้อก่อนมาทำงานกับ Greenergy คือการเริ่มจากการเป็น ‘เซลส์’ ที่บริษัทแรกที่ทำงานมาก่อน นี่ทำให้คุณป้อมีความเข้าใจความต้องการของลูกค้าในระดับพื้นฐาน และเริ่มขยายความสนใจไปในส่วนการพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ ของบริษัท ความกระตือรือร้นและผลงานทำให้คุณป้อได้ขึ้นเป็น General Manager ได้แต่อายุยังน้อย ทำให้ได้มีโอกาสในการพัฒนาธุรกิจใหม่ของบริษัทจาก 0 ตั้งแต่การทำงานกับบริษัทแรก


"ถ้าเราเข้าใจกระบวนการในการทำงานทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ว่าเราจะไปอยู่อุตสาหกรรมไหน ไม่ว่าเราจะเริ่มนับ 0 อีกกี่ครั้งก็ตาม เราก็จะนับ 1 2 3 ไปจนถึง 100 ได้อย่างไม่มีข้อผิดพลาด” คุณป้อกล่าวถึงภูมิหลังในการทำงานของตัวเองก่อนมาเริ่มงานกับ Greenergy



จาก Project Manager สู่ Chief Operational Officer


คุณป้อเล่าว่าในช่วงแรกที่เข้ามาร่วมงานกับ Greenergy งานของ Greenergy ยุคนั้นมี 3 ส่วนหลัก ที่เรียกย่อในอุตสาหกรรมว่า EPC คือ ส่วนงาน Engineering (งานวิศวกรรม) Procurement (งานจัดหา) และ Construction (งานก่อสร้าง)


บทบาทหลักคุณป้อคือการเป็น Project Manager โดยได้รับมอบหมายงานนี้เพราะมีพื้นเพด้านการบริหารไปพร้อมๆ กับมีความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์ (เป็นสาขาที่คุณป้อเรียนจบมา) โดยงานหลักในช่วงแรก คือ 'งานก่อสร้าง' ต่อมาจึงเข้ามาบริหารจัดการในส่วนงานวิศวกรรม ซึ่งคือการออกแบบระบบและวางแผนการก่อสร้างระบบโซลาร์ทั้งหมดในภาพใหญ่ เพราะทาง Greenergy ในช่วงนั้นมีลูกค้าหลักเป็นบริษัทญี่ปุ่น ที่เน้นเรื่องความปลอดภัยมาก ลูกค้าต้องการ Project Manager ในส่วนงานก่อสร้างที่มีพื้นฐานด้านวิศวกรรมแน่น ซึ่งคุณป้อมีคุณสมบัติครบทั้งหมด


เนื่องจาก มีความเชี่ยวชาญใน 2 ส่วนหลักของงานบริษัท (คือ E และ C) ทางบริษัทเลยมองว่าคุณป้อน่าจะสามารถดูงานส่วนการจัดซื้อ (ส่วน P) ที่เป็นส่วนที่เหลือ บริษัทจึงให้คุณป้อนั่งตำแหน่ง Chief Operational Officer หรือ COO คนแรกของบริษัท เพื่อดูแลทั้งส่วน E P และ C หรือส่วนการดำเนินงานธุรกิจหลักของบริษัททั้งหมด



จาก Chief Operational Officer สู่ President

คุณป้อเล่าย้อนว่าตอนที่เข้ามาร่วมกับ Greenergy ความประทับใจของบริษัทคือ ไม่นึกว่าบริษัทเล็กๆ ที่ตั้งมาแค่ 8 ปีจะมีผลงานขนาดนี้ เพราะ Greenergy ขยายธุรกิจเร็วมากช่วง COVID-19 ระบาด โดยเน้นทำ ‘หลังคาโซลาร์’ ให้กับโรงงานใหญ่ และในปี 2023 ตอนคุณป้อเข้ามาร่วมงาน ‘โปรเจกต์หลังคาโซลาร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย’ เป็นผลงานของ Greenergy การที่บริษัทเล็กๆ อายุไม่ถึง 10 ปี ได้ทำโครงการที่ใหญ่ระดับนี้ได้อย่างลุล่วง เลยทำให้คุณป้อเห็นศักยภาพว่า Greenergy ยังไปได้อีกไกลมากๆ


และในเพียงปีเดียวที่คุณป้อเข้ามาร่วมงาน รายได้ของบริษัทเพิ่มมาเป็นเท่าตัว และไปสู่หลักพันล้านบาทเป็นครั้งแรกในปี 2024


แต่การเติบโตระดับนั้นในเวลาอันสั้น ทำให้โครงสร้างบริษัทเก่าไม่รองรับ และคุณป้อ พูดชัดๆ เลยว่า “เราโตเร็วเกินไป คนเราไม่พอ เราทำงานได้ไม่ทัน คุณภาพของงานเริ่มมีปัญหา”


ปัญหาทั้งหมดโยงกับบทบาท Chief Operational Officer ของคุณป้อโดยตรง เพราะการแก้ปัญหานี้ ต้องการคนที่เห็น ‘Operation’ ในภาพรวมของบริษัท และหาจุดที่ต้องแก้ไข ซึ่งนำมาสู่การปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ขนานใหญ่เพื่อรองรับการขยายตัวขนาดใหญ่ไปพร้อมๆ กับที่คุณภาพบริการของบริษัทไม่ลดลง


คุณป้อเล่าว่า President เป็นตำแหน่งใหม่ที่มากับการปรับเป้าหมายบริษัทของ Greenergy ซึ่งเดิมเป็น Private Company เล็กๆ ของหุ้นส่วน 2 คน ที่ต้องการสร้างบริษัทพลังงานสีเขียวที่มีมาตรฐานให้เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ปัจจุบัน Greenergy มีภารกิจใหม่ที่ต้องการเป็น Public Company ขนาดใหญ่ ที่จะสามารถจะมีบทบาทในการ ‘ขับเคลื่อนวาระด้านธุรกิจพลังงานสีเขียวให้กับประเทศ’


“เราต้องการเข้าตลาดเพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ไม่มีขีดจำกัด” เพื่อขยายธุรกิจของ Greenergy ไปให้ถึงจุดที่ “เวลาคนไทยนึกถึง ‘บริษัทพลังงานสะอาดที่ใหญ่ที่สุด จะนึกถึง Greenergy เหมือนเวลานึกถึง บริษัทน้ำมันที่ใหญ่ที่สุด’ จะนึกถึง ปตท.” คุณป้อกล่าว



ปรับ Mindset องค์กร ยกระดับมาตรฐานความโปร่งใส

คุณป้อกล่าวชัดเจนว่าภารกิจแรกที่สำคัญในการ ‘เอาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์’ ต้องเริ่มที่บุคลากรขององค์กร อย่างแรกเลยบุคลากรต้องมี ‘วิธีคิด’ หรือ Mindset ที่พร้อมกับการเป็นบริษัทมหาชน สิ่งที่มาก่อนเรื่องอื่นใดคือ ‘ความโปร่งใส’ นั่นคือ ‘ทุกคนต้องรู้การทำงานในระบบระเบียบที่ถูกต้อง’ เพราะถ้าเป็นบริษัทมหาชน บริษัทจะไม่ใช่แค่ของ 2 ผู้ก่อตั้งบริษัทแล้ว แต่บริษัทต้องโปร่งใสพอที่ ‘ผู้ถือหุ้น’ บริษัทจำนวนมาก สามารถตรวจสอบการทำงานของบริษัทได้ตลอดเวลา


“Greenergy เคยเป็นบ้านหลังใหญ่ ที่เราอยู่กันแบบพี่น้อง แต่ตอนนี้ เรากำลังทำจะเอาบ้านหลังนี้ไปให้ทุกคนเข้ามาอยู่ร่วมกัน” ซึ่งมันก็ต้องมากับกฎระเบียบต่างๆ ใหม่ๆ ที่จะเอื้อให้คนกลุ่มต่างๆ มามีส่วนร่วมกับ Greenergy ได้มากขึ้น ซึ่งพูดในทางเทคนิคคือ มันคือการสร้าง ‘ธรรมาภิบาล’ (Good Governance) ให้กับบริษัท เพื่อให้บริษัทวางตัวเป็นบริษัทระดับมหาชนได้อย่างเหมาะสมนั่นเอง



ตลาดพลังงานไทย ในสายตา President คนใหม่


สำหรับสถานการณ์ตลาดพลังงานไทย คุณป้อกล่าวว่า “หลายคนอาจมองว่ามันเป็น Red Ocean แต่สำหรับผมมันยังเป็น Blue Ocean ในหลายๆ ตลาด” โดยคุณป้ออธิบายว่า ในไทย การลงทุนในอุตสาหกรรมโซลาร์เริ่มจากภาครัฐก่อนในยุคที่ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าโซลาร์ต่อหน่วยยังสูง ระยะเวลาคืนทุนยาวนาน แต่เมื่อต้นทุนต่อหน่วยและระยะเวลาคืนทุนเร็วขึ้น ภาคเอกชนก็สนใจลงทุนมากขึ้น และในปัจจุบัน การลงทุนทำระบบพลังงานโซลาร์คือสิ่งที่สมเหตุสมผลในระดับครัวเรือนเรียบร้อยแล้ว เพราะต้นทุนต่ำมาก และใช้เวลาคืนทุนสั้นมาก และในแง่นี้ ‘ระบบโซลาร์ครัวเรือน’ คือตลาดใหม่ที่กำลังเกิด และเป็น Blue Ocean ที่มีการขยายตัวได้อีกมากมาย


นอกจากนี้ สิ่งที่คนนอกอุตสาหกรรมอาจนึกไม่ถึงก็คือ การทำระบบโซลาร์ ในทางปฏิบัติอายุใช้งานมันถึง 20 ปีแน่นอนก็จริง แต่โรงงานส่วนใหญ่ที่ทำหลังคาโซลาร์ไป มีแนวโน้มจะอัปเกรดระบบทุก 8-10 ปี เพราะในทางปฏิบัติ ระบบมักจะคืนทุนในไม่เกิน 4 ปี (เพราะรับพลังแสงอาทิตย์ตอนกลางวันเต็มๆ และใช้พลังงานในช่วงกลางวันเป็นหลัก) ระบบขนาดใหญ่ใช้งานไปเพียง 8 ปีก็กำไรเท่าตัวแล้ว และบริษัทที่เป็นเจ้าของระบบโซลาร์สเกลนี้ มักจะต้องการลงทุนขยายศักยภาพการผลิตพลังไฟฟ้า และทำให้การ ‘รีโนเวต’ หรือ ‘รีเฟอร์บิช’ ใหม่ระดับใหญ่ ซึ่งนี่ก็เป็นช่องทางให้บริษัทสามารถให้บริการลูกค้าต่อเนื่องได้ในระยะยาว หรือพูดอีกแบบก็คือ ลูกค้ารายเดิม จะกลับมาใช้บริการเราทุก 10 ปี เพื่อปรับปรุงไปจนถึงขยายระบบ ซึ่งทั้งหมดนี้ ก็เกิดขึ้นเพราะเทคโนโลยีโซลาร์ยังพัฒนาการไปอย่างต่อเนื่อง เปิดช่องให้มีการ ‘อัปเกรด’ ระบบได้เรื่อยๆ




Greenergy ไม่แข่งด้านราคา แต่แข่งด้านคุณภาพ

“เรามองว่าเราคือ tier-1 ในธุรกิจ EPC” คุณป้อกล่าว ความหมายก็คือ Greenergy เป็นผู้ติดตั้งหลังคาโซลาร์ระดับอุตสาหกรรมที่มีคุณภาพทั้งด้านอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ‘ลูกค้าเลือกใช้เรา ไม่ใช่เพราะราคาถูก แต่เลือกใช้เราเพราะเราจบงานได้ และมาตรฐานของเราสูง’ คุณป้อเสริม

แต่ไม่ใช่แค่นั้น Greenergy ปัจจุบัน ยังมีธุรกิจอื่นๆ เช่น ธุรกิจแพลตฟอร์มด้านการบริหารพลังงาน ซึ่งเป็นส่วนขยายของธุรกิจของ Greenergy ซึ่งเกิดจากการขยายตัวของการผลิตไฟฟ้าโซลาร์ และอาจรวมถึงการที่ภาครัฐอนุญาตให้เอกชนสามารถผลิตไฟฟ้าขายผ่านเครือข่ายสายไฟฟ้าของรัฐได้ด้วยในอนาคต

ของพวกนี้ในระยะยาว มันจะมีทั้งงานบริหารและงานเอกสารมากมายที่ผู้สนใจอาจติดขัดด้าน ‘ระเบียบ’ เหล่านี้ และ Greenergy มีประสบการณ์และศักยภาพเพียงพอที่จะให้บริการในเชิงกฎหมายและกฎระเบียบเหล่านี้เสริมไปให้ลูกค้าที่ติดตั้งหลังคาโซลาร์กับ Greenergy

นอกจากนี้ Greenergy ยังพร้อมให้คำปรึกษาในเชิงโซลูชันธุรกิจที่ต้องการจะไปสู่ภาวะ Net Zero หรือต้องการจะปลอดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว ไปจนถึงโซลูชันด้าน Carbon Credit ที่บริษัทมีการร่วมในทำกับพาร์ตเนอร์รายใหม่ๆ ของบริษัทด้วย



ในภาพรวม Greenergy ยุคใหม่ ภายใต้การนำของคุณ ‘ป้อ’ ภานุมาส แสนทวี คือบริษัทที่พร้อมขยายตัวให้บริการแบบเดิมและรักษาระดับคุณภาพบริการในระดับต้นของอุตสาหกรรม ‘ระบบหลังคาโซลาร์สำหรับภาคธุรกิจขนาดใหญ่’ ไปพร้อมๆ กับขยายบริการที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวกับพลังงานสะอาดและหมุนเวียนไปให้เหล่าลูกค้าบริษัทที่ต้องการ ‘โซลูชัน’ ที่ครบวงจรในด้านนี้ ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ระบบของบริษัทก็พร้อมแล้ว และขาดแต่การ ‘ระดมทุน’ ที่จะได้รับการปลดล็อก เมื่อบริษัทกลายมาเป็นบริษัท ‘มหาชน’ นั่นเอง

ความคิดเห็น


bottom of page