สัญลักษณ์ไฟฟ้า พื้นฐานที่ควรรู้ มีอะไรบ้าง? คู่มืออ่านแบบวงจรฉบับเข้าใจง่าย
- Greenergy
- 18 ธ.ค. 2568
- ยาว 2 นาที

ไฟฟ้าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ขับเคลื่อนชีวิตประจำวันของเราแทบตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟส่องสว่าง เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือระบบพลังงานทางเลือกอย่างโซล่าเซลล์ แต่เมื่อเราเปิดดูคู่มืออุปกรณ์หรือเห็นแบบแปลนบ้าน เรามักจะพบกับเส้นสายและรูปทรงแปลกตาที่เรียกว่า สัญลักษณ์ไฟฟ้า ซึ่งเปรียบเสมือนภาษาที่วิศวกรและช่างไฟใช้สื่อสารกัน
การทำความเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นทักษะสำคัญที่จะช่วยให้เจ้าของบ้านเข้าใจการทำงานของระบบไฟฟ้าเบื้องต้นได้ ในบทความนี้ GREENERGY จะพาคุณไปถอดรหัสสัญลักษณ์เหล่านี้แบบเข้าใจง่ายกันครับ
ทำไมเราถึงต้องทำความเข้าใจเรื่องสัญลักษณ์ทางไฟฟ้า

หลายคนอาจคิดว่าเรื่องของสัญลักษณ์ไฟฟ้า เป็นหน้าที่ของช่างเทคนิคเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง การที่เจ้าของบ้านมีความรู้พื้นฐานในเรื่องนี้ จะช่วยให้คุณสามารถอ่านแผนผังวงจรไฟในบ้าน (Wiring Diagram) ได้ในระดับเบื้องต้น ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากเมื่อต้องตรวจสอบตำแหน่งของปลั๊กไฟ สวิตช์ หรือเบรกเกอร์เมื่อเกิดปัญหาไฟดับหรือไฟลัดวงจร
นอกจากนี้ หากคุณกำลังวางแผนติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ การเข้าใจสัญลักษณ์เหล่านี้จะช่วยให้คุณคุยกับทีมช่างของ GREENERGY ได้รู้เรื่องมากขึ้น เข้าใจว่าอุปกรณ์แต่ละตัวติดตั้งอยู่ตรงไหน และทำงานเชื่อมโยงกันอย่างไร เพื่อความปลอดภัยและการดูแลรักษาที่ถูกต้องในระยะยาว
สัญลักษณ์ไฟฟ้าพื้นฐานในวงจรทั่วไปที่พบบ่อย
ก่อนจะไปถึงระบบที่ซับซ้อน เรามาเริ่มกันที่ สัญลักษณ์ไฟฟ้าพื้นฐานที่เรามักพบเห็นได้ในวงจรไฟฟ้าทั่วไปและเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักที่ทำให้วงจรทำงานได้ครบสมบูรณ์
สายไฟและการเชื่อมต่อ (Wires and Connections)
ในแบบวงจร "เส้นขีดตรง" คือตัวแทนของสายไฟหรือตัวนำไฟฟ้าที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกัน หากเส้นสองเส้นลากตัดกันและมี "จุดทึบ" (Dot) อยู่ตรงกลาง แสดงว่าสายไฟทั้งสองเส้นนั้นมีการเชื่อมต่อกันทางไฟฟ้า แต่หากเส้นสองเส้นลากตัดกันโดยไม่มีจุด หรือมีลักษณะเป็นเส้นโค้งข้ามไป หมายความว่าสายไฟทั้งสองเส้นนั้นพาดผ่านกันเฉยๆ โดยไม่มีการเชื่อมต่อกัน
ตัวต้านทาน (Resistor) และตัวเก็บประจุ (Capacitor)
สัญลักษณ์ไฟฟ้า ของตัวต้านทานมักเขียนเป็นรูปเส้นหยักฟันปลา (Zigzag) หรือรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทำหน้าที่จำกัดการไหลของกระแสไฟฟ้า ส่วนตัวเก็บประจุ หรือ คาปาซิเตอร์ จะใช้สัญลักษณ์เป็นเส้นขีดขนานกันสองเส้น (บางครั้งเส้นหนึ่งอาจเป็นเส้นโค้ง) ทำหน้าที่สะสมประจุไฟฟ้าและคายออกมาเมื่อจำเป็น ซึ่งเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่พบได้ในแผงวงจรเครื่องใช้ไฟฟ้าแทบทุกชนิด
หลอดไฟและอุปกรณ์แสงสว่าง (Lamp/Light Bulb)
สำหรับสัญลักษณ์ของหลอดไฟที่เราคุ้นเคยกันดี มักจะเขียนเป็นรูปวงกลมที่มีกากบาท (X) อยู่ด้านใน หรือบางครั้งอาจวาดเป็นวงกลมที่มีเส้นโค้งครึ่งวงกลมอยู่ภายใน ซึ่งบ่งบอกถึงจุดที่มีการติดตั้งโคมไฟหรือหลอดไฟในแผนผังระบบไฟฟ้าของบ้าน ช่วยให้เราทราบตำแหน่งของแสงสว่างในแต่ละห้อง
สวิตช์และรีเลย์ (Switch and Relay)
สวิตช์ทำหน้าที่เปิด-ปิดวงจร สัญลักษณ์ไฟฟ้าของสวิตช์จึงมักเป็นรูปเส้นที่ขาดออกจากกันคล้ายก้านสะพานไฟที่ยกขึ้น เมื่อกดสวิตช์ก้านนี้จะสับลงมาเชื่อมต่อวงจร ส่วนรีเลย์ซึ่งเป็นสวิตช์ที่ทำงานด้วยไฟฟ้า จะมีสัญลักษณ์ที่ซับซ้อนกว่าเล็กน้อย โดยมักประกอบด้วยรูปขดลวดสี่เหลี่ยมและหน้าสัมผัสสวิตช์อยู่คู่กัน
สัญลักษณ์ทางไฟฟ้า และแหล่งจ่ายไฟประเภทต่างๆ

หัวใจสำคัญของการอ่านวงจรคือการรู้ว่าไฟมาจากไหนและเป็นไฟประเภทใด ซึ่งสัญลักษณ์ทางไฟฟ้าจะเป็นตัวบอกเราว่าแหล่งจ่ายพลังงานนั้นมีคุณสมบัติอย่างไร เพื่อให้เลือกใช้อุปกรณ์ได้ถูกต้องและปลอดภัย
แหล่งจ่ายไฟกระแสตรง (DC Source / Battery)
ไฟฟ้ากระแสตรง หรือ DC คือไฟฟ้าที่มีทิศทางการไหลไปในทางเดียวตลอดเวลา แหล่งจ่ายไฟประเภทนี้ที่เรารู้จักกันดีคือ แบตเตอรี่ ซึ่งจะมี สัญลักษณ์ทางไฟฟ้า เป็นรูปเส้นขีดขนานกันสองเส้นที่มีความยาวไม่เท่ากัน โดยเส้นยาวแทนขั้วบวก (+) และเส้นสั้นแทนขั้วลบ (-) หากเป็นแบตเตอรี่หลายเซลล์ต่อกัน ก็จะมีชุดเส้นขนานนี้เรียงต่อกันไป
แหล่งจ่ายไฟกระแสสลับ (AC Source)
ไฟฟ้ากระแสสลับ หรือ AC คือไฟฟ้าที่ใช้กันตามบ้านเรือนทั่วไปที่ส่งมาจากโรงไฟฟ้า โดยมีทิศทางการไหลกลับไปกลับมา สัญลักษณ์ทางไฟฟ้า ของแหล่งจ่ายไฟแบบนี้ จะเป็นรูปวงกลมที่มีเส้นคลื่นไซน์ (Sine Wave) คล้ายตัวหนอน (~) อยู่ด้านใน เพื่อสื่อถึงลักษณะของคลื่นไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
กราวด์หรือสายดิน (Ground / Earth)
ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในระบบไฟฟ้า สัญลักษณ์ของกราวด์หรือสายดินจึงสำคัญมาก โดยมักเขียนเป็นเส้นขีดแนวนอนสามเส้นเรียงกันลงมาเป็นรูปสามเหลี่ยมหัวกลับ หรือขีดสั้นๆ ที่มีขนาดลดหลั่นกันลงมา สัญลักษณ์นี้บ่งบอกถึงจุดที่เชื่อมต่อลงดินเพื่อระบายกระแสไฟฟ้าส่วนเกินหรือไฟรั่ว ป้องกันอันตรายต่อผู้ใช้งาน
สัญลักษณ์ไฟฟ้า ที่เกี่ยวข้องกับระบบโซล่าเซลล์
สำหรับลูกค้าของ GREENERGY หรือผู้ที่สนใจติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ จะมีสัญลักษณ์ไฟฟ้าเฉพาะกลุ่มที่ควรรู้จักเพิ่มเติม เพื่อให้เข้าใจการทำงานของระบบ Solar Rooftop ได้ดียิ่งขึ้น
เซลล์แสงอาทิตย์และแผงโซล่าเซลล์ (Photovoltaic Cell/Module)
สัญลักษณ์ของเซลล์แสงอาทิตย์มักเป็นรูปสี่เหลี่ยมหรือวงกลมที่มีสัญลักษณ์ของแหล่งจ่ายไฟ DC อยู่ภายใน และมีลูกศรชี้เข้ามาที่ตัวอุปกรณ์ ซึ่งสื่อความหมายว่าอุปกรณ์นี้รับพลังงานแสงเข้ามาเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า เป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของแผงโซล่าเซลล์ที่อยู่บนหลังคาบ้านคุณนั่นเอง
อินเวอร์เตอร์ (Inverter)
อินเวอร์เตอร์คือหัวใจของระบบโซล่าเซลล์ ทำหน้าที่แปลงไฟ สัญลักษณ์ไฟฟ้าของอินเวอร์เตอร์จะเป็นรูปสี่เหลี่ยม หรือสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ภายในมีสัญลักษณ์กระแสตรง (= หรือเส้นตรง) เปลี่ยนไปเป็นกระแสสลับ (~) หรือเขียนตัวอักษร DC/AC ไว้ภายใน เพื่อแสดงให้เห็นกระบวนการแปลงไฟฟ้าจากแผงโซล่าเซลล์มาเป็นไฟบ้าน
มิเตอร์วัดพลังงานไฟฟ้า (Energy Meter)
เพื่อวัดว่าเราประหยัดไฟไปได้เท่าไหร่ จำเป็นต้องมีมิเตอร์ สัญลักษณ์ของมิเตอร์มักเป็นรูปวงกลมที่มีตัวอักษร kWh (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) หรือ W (วัตต์) อยู่ภายใน บางครั้งในระบบโซล่าเซลล์อาจมีการระบุสัญลักษณ์ลูกศรเพื่อบอกทิศทางการไหลของพลังงาน ว่าเป็นการซื้อไฟเข้าหรือขายไฟคืน
สัญลักษณ์อุปกรณ์ป้องกันทางไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัย

ในแบบแปลนไฟฟ้าที่ดี จะขาดอุปกรณ์ป้องกันไปไม่ได้เลย เพราะเป็นด่านหน้าในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน โดยมีสัญลักษณ์ไฟฟ้าที่บ่งบอกตำแหน่งของอุปกรณ์ความปลอดภัย ดังนี้
ฟิวส์ (Fuse)
ฟิวส์ทำหน้าที่ตัดวงจรเมื่อมีกระแสไฟไหลเกินพิกัด สัญลักษณ์จะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีเส้นตรงผ่านกลาง หรือเป็นเส้นโค้งคล้ายตัวหนอนในแนวนอน เมื่อฟิวส์ขาด (ทำงาน) อุปกรณ์นี้จะต้องถูกเปลี่ยนใหม่
เซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker)
เบรกเกอร์ทำหน้าที่คล้ายฟิวส์แต่สามารถสับสวิตช์กลับมาใช้งานใหม่ได้ สัญลักษณ์ไฟฟ้าของเบรกเกอร์มักเป็นเส้นโค้งครึ่งวงกลมที่ปลายข้างหนึ่งแตะกับจุดเชื่อมต่อ หรือเป็นรูปสวิตช์ที่มีกลไกเขียนกำกับไว้เพื่อแสดงการตัดไฟอัตโนมัติ
อุปกรณ์ป้องกันไฟกระชาก (SPD)
Surge Protection Device หรือ SPD มีความสำคัญมากในระบบโซล่าเซลล์เพื่อป้องกันฟ้าผ่าหรือไฟกระชาก สัญลักษณ์มักเป็นรูปสี่เหลี่ยมที่มีลูกศรชี้ลงดิน หรือสัญลักษณ์คล้ายตัวเก็บประจุแต่มีลูกศรทับ เพื่อระบายแรงดันส่วนเกินลงสู่กราวด์ทันที
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสัญลักษณ์ไฟฟ้า (FAQ)
สัญลักษณ์ของไฟฟ้ากระแสตรง (DC) และกระแสสลับ (AC) ต่างกันอย่างไร
สัญลักษณ์ทางไฟฟ้า ของ DC จะเป็นเส้นตรงหรือเส้นประคู่ขนาน (—) สื่อถึงความคงที่ ส่วน AC จะเป็นรูปคลื่น (~) สื่อถึงการสลับขั้วไปมาครับ
การอ่านแบบไฟฟ้าจำเป็นสำหรับเจ้าของบ้านที่จะติดโซล่าเซลล์หรือไม่
ไม่ถึงกับจำเป็นต้องเขียนแบบได้ แต่การดูสัญลักษณ์ไฟฟ้าพื้นฐานเป็น จะช่วยให้เข้าใจตำแหน่งติดตั้งอุปกรณ์และการทำงานร่วมกับทีมช่างได้ดียิ่งขึ้นครับ
สัญลักษณ์ G หรือ GND ในวงจรไฟฟ้าหมายถึงอะไร
ย่อมาจาก Ground หรือสายดินครับ เป็นจุดที่ต่อลงดินเพื่อความปลอดภัย ป้องกันไฟดูดและไฟรั่วในระบบ
สรุปบทความ
การทำความเข้าใจสัญลักษณ์ไฟฟ้า และสัญลักษณ์ทางไฟฟ้าเบื้องต้น เปรียบเสมือนการมีคู่มือแปลภาษาที่ช่วยให้คุณเข้าใจระบบการทำงานของไฟฟ้าในบ้านและระบบโซล่าเซลล์ได้ชัดเจนขึ้น แม้จะไม่ใช่ช่างมืออาชีพ แต่ความรู้นี้จะช่วยให้คุณตรวจสอบความเรียบร้อย และตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้าได้ดียิ่งขึ้น
หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟ้าหรือโซล่าเซลล์ที่ได้มาตรฐาน พร้อมอธิบายทุกขั้นตอนอย่างโปร่งใส GREENERGY พร้อมดูแลและให้คำปรึกษาคุณด้วยทีมวิศวกรมืออาชีพเสมอครับ
ซึ่ง GREENERGY ก็เป็นหนึ่งในเป็นผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนา ออกแบบ ก่อสร้าง บำรุงรักษา และรับติดตั้งโซล่าเซลล์แบบครบวงจร อีกทั้งยังมีประสบการณ์และโครงการที่ประสบความสำเร็จมากมาย ทำให้คุณสามารถวางใจในการติดตั้งโซล่าเซลล์อย่างปลอดภัยกับเราได้อย่างแน่นอน โดยคุณสามารถสอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางดังนี้
เบอร์ติดต่อ : ฝ่ายขาย 081-235-6832
Line : @greenergy
อีเมล : sales@greenergythailand.com
เว็บไซต์ : www.greenergythailand.com




ความคิดเห็น