top of page

PPA โซล่าเซลล์ vs ซื้อขาด: เปรียบเทียบตรงๆ เพื่อตัดสินใจที่ถูกต้อง

  • รูปภาพนักเขียน: Anchisa S.
    Anchisa S.
  • 6 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

PPA โซล่าเซลล์


เศรษฐกิจของโซล่าเซลล์ในประเทศไทยมาถึงจุดที่คำถามไม่ใช่ 'ควรติดตั้งไหม' อีกต่อไป แต่คือ 'ควรใช้โมเดลการลงทุนแบบไหน'

โมเดลหลักมีสองแบบ: ซื้อระบบเองทั้งหมด (direct purchase) หรือใช้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA โซล่าเซลล์) ซึ่งจ่ายค่าไฟในอัตราคงที่จากระบบที่ผู้พัฒนาเป็นเจ้าของ โดยไม่ต้องลงทุนเอง ทั้งสองโมเดลมีข้อดี และทั้งสองมีข้อจำกัดจริงๆ


โมเดล 1: ซื้อขาด (เป็นเจ้าของระบบ)

รูปแบบนี้คือการลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะจ่ายเงินก้อน หรือใช้สินเชื่อจากธนาคาร และคุณเป็นเจ้าของสินทรัพย์ทั้งหมด คุณได้ใช้ไฟฟ้าทุกหน่วยที่ระบบผลิตได้แบบเต็ม ๆ และสามารถควบคุมการใช้งานได้ทั้งหมด 

โดยทั่วไป ระยะเวลาคืนทุนของโรงงานในประเทศไทยจะอยู่ประมาณ 5–8 ปี หลังจากนั้น ไฟฟ้าที่ผลิตได้แทบจะถือว่า “ไม่มีต้นทุน” และสามารถใช้งานต่อเนื่องได้อีกประมาณ 17–20 ปี


เหมาะสำหรับ:

ธุรกิจที่มีเงินทุนหรือ มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับธนาคารที่ดี ต้องการผลตอบแทนระยะยาวสูงสุด มีแผนดำเนินการที่สถานที่เดิมอีก 15ปีขึ้นไป  และบริษัทที่ต้องการสินทรัพย์พลังงานสะอาดในงบดุล


สิ่งที่ต้องพิจารณา:

IRR โดยทั่วไปสำหรับโครงการโซล่าเซลล์อุตสาหกรรมในไทยอยู่ที่ 12-18% ใน 25 ปี แต่เงินลงทุนก้อนนี้จะถูกผูกไว้ในระบบ และคุณต้องเป็นผู้ดูแลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการบำรุงรักษา การติดตามประสิทธิภาพของระบบ ไปจนถึงการอัปเกรดในอนาคต



โมเดล 2: สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA โซล่าเซลล์)

PPA คือสัญญาบริการ: ผู้พัฒนาโซล่าเซลล์ติดตั้งและเป็นเจ้าของระบบบนอาคารของคุณ คุณตกลงซื้อไฟฟ้าที่ระบบผลิตในอัตราคงที่ — โดยทั่วไป 10-20% ต่ำกว่าค่าไฟกริดปัจจุบัน — ตลอดสัญญา 10-25 ปี


ข้อเสนอตอบแทนชัดเจน: คุณได้ค่าไฟที่ถูกลงทันที โดยไม่ต้องลงทุนและไม่มีภาระทางเทคนิค ผู้พัฒนาเป็นเจ้าของ ดำเนินการ และบำรุงรักษาระบบ

PPA ทำงานได้ดีเมื่อผู้พัฒนาแข็งแกร่ง แต่ทำงานได้แย่เมื่อไม่ใช่ คุณภาพของบริษัทที่คุณเซ็นสัญญาด้วยคือตัวแปรที่สำคัญที่สุดในโมเดล PPA



PPA โซล่าเซลล์

เปรียบเทียบตัวเลขจริง

สำหรับระบบขนาด 500kW สำหรับโรงงานในไทยที่จ่ายค่าไฟ 5.50 บาท/หน่วย:

•        ต้นทุนซื้อขาด: ประมาณ 12-15 ล้านบาท

•        ระยะ Payback: 5.5-7 ปี

•        ประหยัดสุทธิ 25 ปี: 25-40 ล้านบาท

•        อัตรา PPA: 4.20-4.80 บาท/หน่วย (ช่วงทั่วไป)

•        ประหยัดต่อปีจาก PPA: 350,000-630,000 บาท โดยไม่ใช้เงินทุน

•        ประหยัดสุทธิ 25 ปีจาก PPA: 8-15 ล้านบาท (ต่ำกว่า แต่ไม่ต้องใช้ทุน)

การซื้อขาดชนะในด้านมูลค่ารวม PPA ชนะในด้านประสิทธิภาพทุนและการกำจัดความเสี่ยง ว่าอะไรสำคัญกว่าขึ้นอยู่กับโมเดลธุรกิจและลำดับความสำคัญของทุนของคุณ



ตัวเลือกที่สาม: การเช่าอุปกรณ์ (leasing)

Modern Green Energy บริษัทลูกของกรีนเนอร์ยี่ สำหรับการเงินพลังงานทางเลือก ยังเสนอการเช่าอุปกรณ์ ซึ่งโมเดลนี้อยู่ระหว่าง PPA โซล่าเซลล์และการเป็นเจ้าของโดยตรง เหมาะสำหรับธุรกิจที่อยากเป็นเจ้าของระบบในระยะยาว แต่ในช่วงแรกยังต้องการเก็บเงินทุนไว้ใช้กับธุรกิจหลักก่อน



คำถามที่ลองต้องถามตัวเอง

โมเดลที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับคำถามสำคัญ: เงินทุนของ ควรถูกใช้กับอะไรถึงจะสร้างมูลค่าได้มากที่สุด

ทีม Business Development ของกรีนเนอร์ยี่ทำการวิเคราะห์นี้กับลูกค้าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ Feasibility — ไม่มีค่าธรรมเนียม ไม่มีข้อผูกมัด

เราดำเนินทั้ง EPC และ PPA โซล่าเซลล์ /LEASING ผ่าน Modern Green Energy ดังนั้นเราสามารถแนะนำสิ่งที่เหมาะกับธุรกิจของคุณจริงๆ





บริษัท กรีนเนอร์ยี่ ประเทศไทย จำกัด มีทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้งและดูแลตลอดอายุการใช้งาน

ท่านสามารถติดต่อสอบถาม หรือขอคำปรึกษาได้ตามช่องทางดังนี้

เบอร์ติดต่อ : ฝ่ายขาย 081-235-6832

Line : @greenergy

อีเมล : sales@greenergythailand.com

เว็บไซต์ : www.greenergythailand.com

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page